วิถีชีวิต 4 ประการ
ทาง ศ.ส.พ. ได้มุ่งเน้นถึงวิถีชิวิตหลักๆ 4 ประการที่เปรียบเสมือนส่วนประกอบของรถสามล้อ หรือรถตุ๊กๆ ซึ่งได้แก่...
1. เรียนตำราด้วยตนเอง
ระหว่างสัปดาห์ ผู้เรียนจะอ่านและทำแบบเรียนที่บ้าน ประมาณ 2-3 บทต่อสัปดาห์
2. รับใช้่ในคริสตจักร
ผู้เรียนจะรับใช้คนอื่นๆ ทุก ๆ สัปดาห์ และมีโอกาสที่จะเป็นพี่เลี้ยงฝ่ายวิญญาณของสมาชิกคนอื่น ๆ โดยการยึดพระวจนะของพระเจ้าเป็นหลัก
3. เข้าร่วมกับ "กลุ่มพลัง"
ผู้เรียนจะเข้าร่วมกับกลุ่มพลังสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง กลุ่มพลังจะประกอบด้วยผู้นำศูนย์ ผู้เรียนคนอื่นๆ และตัวผู้เรียนเอง เป้าหมายหลักๆ ของการเข้าร่วมกับกลุ่มพลังในแต่ละครั้งคือ มีโอกาสที่จะปรึกษาหารือกันเพื่อจะนำทุกท่านไปสู่บทบาทของการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
4. พบกับโค้ช
ผู้เรียนจะได้มีโอกาสพบกับ "โค้ช" เป็นส่วนตัวทุกๆ 6-8 สัปดาห์ เพื่อพัฒนาผู้เรียนฝ่ายจิตวิญญาณและพัฒนางานรับใช้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตลอดทั้งมีการหนุนใจและอธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกันด้วย
รถตุ๊กตุ๊กจะวิ่งได้ก็ต่อเมื่อมีสามล้อมารวมกัน ถ้าขาดล้อหนึ่งล้อใด รถจะไม่สามารถวิ่งได้ ถ้าขาด "แฮนด์" รถก็ไม่สามารถวิ่งได้เหมือนกัน วิถีชีวิตทั้ง 4 ประการนี้จึงเป็นหัวใจหลักของการเรียน ศ.ส.พ.
 |
1. เรียนตำราด้วยตนเอง
หนังสือแบบเรียนเป็นสื่ออุปกรณ์ที่จัดทำขึ้นเพื่่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง (ให้ผู้เรียนถือว่าหนังสือเป็นครู) ตำราเรียนถือว่าเป็นแหล่งของเนื้อหา "ข้อมูลที่จัดป้อนไปยังผู้เรียน" เพราะฉะนั้นตำราเรียนจึงเป็นเสมือนครูของผู้เรียนด้วย ตำราเรียนจัดทำขึ้นโดยอาจารย์ด้านศาสนศาสตร์ มีนักวิชาการที่ช่วยจัดทำขึ้นและได้ออกแบบเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจและจดจำเนื้อหาได้โดยง่าย ผู้เรียนจะต้องมีการบังคับตนเอง โดยการกำหนดเวลาเรียนให้ตนเองสัปดาห์ละประมาณ 4-6 ชั่วโมง โดยจะใช้เวลาวันละหนึ่งชั่วโมงเพื่อศึกษาหาความรู้ในแบบเรียนด้วยตนเอง |
|
2. รับใช้ในคริสตจักร
เมื่อเริ่มเรียนผู้เรียนจะได้รับมอบหมายงานรับใช้ในคริสตจักรอย่า่งสม่ำ่เสมอและต่อเนื่อง ผู้เรียนต้องเชื่อฟังศิษยาภิบาลหรือผู้ดูแลงานรับใช้ของเขา ประสบการณ์ที่ได้รับจากการรับใช้ที่ได้เรียนรู้จะช่วยฝึกฝนให้เกิดทักษะ หรือความชำนาญในการเลี้ยงดูผู้อื่น การสอนและการเรียนรู้จะได้ผลเต็มร้อยก็ต่อเมื่อผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันกับครอบครัว และในความสัมพันธ์กับผู้อื่น งานรับใช้จะต้องอยู่ในขอบเขตของการสอน เช่น เป็นงานแบ่งปันพระคำของพระเจ้า การสอนรวีวารศึกษา การเทศนา การประกาศ การสร้างสาวก การนำกลุ่มเซลล์ หรือการสอนผู้เชื่อใหม่ งานรับใช้นี้จะต้องทำเป็นประจำอย่างสมำ่เสมอ |
 |
3. เข้าร่วมกลุ่มพลัง
อาทิตย์ละหนึ่งครั้งผู้เรียนจะต้องเข้าร่วมกลุ่มเพื่อที่จะพูดคุยสนทนาในการที่จะประยุกต์ใช้สิ่งที่ได้เรียน ทุกครั้งที่เข้ากลุ่มจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้มีโอกาสได้ทบทวนบทเรียนและประเมินผลการเรียน และการทำัพันธกิจรับใช้ของตนเอง เพื่อเรียนรู้ว่าผู้เรียนได้พัฒนาไปมากน้อยเพียงใด เป็นเวลาที่ผู้เรียนทุกคนจะมีโอกาสสอบถามพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์ หรือค้นคว้าข้อคิดใหม่ ๆ ซึ่งแตกต่างไปจากการนั่งฟังการบรรยาย ผู้เรียนต้องเรียนรู้วิธีที่จะนำความรู้ ประสบการณ์ และแบบอย่างชีวิตของผู้ร่วมเรียนคนอื่นไปใช้ให้เกิดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
 |
4. พบกับโค้ช
ทุก ๆ 6-8 สัปดาห์ ผู้เรียนจะพบกับผู้นำศูนย์สองต่อสอง เพื่อเสริมสร้างซึ่งกันและกัน โดยมีจุดประสงค์ว่าเขาจะได้รับการพัฒนาชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณให้เจริญเติบโตในพระคริสต์ และช่วยผู้เรียนที่จะสร้างนิสัยในการพัฒนาตัวเอง ซึ่งเป็นการพัฒนาทั้งชีวิตส่วนตัวและงานรับใช้ให้มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
|